B Bounce คลาสรองเท้ากระโดดเพื่อสุขภาพ

Share :

B Bounce คลาสรองเท้ากระโดดเพื่อสุขภาพ



คลาส B Bounce หรือคลาสรองเท้ากระโดด ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องสนุก เพลิดเพลิน เพิ่มสีสันให้กับการออกกำลังกายยิ่งขึ้น ซึ่งในคลาส B Bounce ก็จะใช้รองเท้าที่คล้ายโรลเลอร์เบลดด้วย มาทำความรู้จักกับคลาส B Bounce กันดีกว่าค่ะ ว่าเป็นยังไง ดียังไง ทำไมถึงฮิต!

 

     คลาส B Bounce เป็นคลาสออกกำลังกายที่ใช้รองเท้าที่มีลักษณะคล้ายรองเท้าโรลเลอร์เบลด มีลักษณะเป็นวงรีสามารถเด้งได้คล้ายปริงและมีน้ำหนักมากกว่า มีถิ่นกำหนดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทำขึ้นมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการช่วยออกกำลังกาย ด้วยความมีเสน่ห์และความสนุก จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถรองรับน้ำหนักผู้เล่นได้สูงสุดถึง 110 กิโลกรัม

 

     รองเท้าประเภทนี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการวิ่ง เดิน เต้นแอโรบิค เพื่อเพิ่มความสนุกและประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย อีกทั้งยังช่วยผ่อนแรงในการเดิน การวิ่ง

 

คลาส B Bounce เหมาะสำหรับใครบ้าง ?

- เด็กและผู้ใหญ่ (6 – 75 ปี)

- ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเจ็บเข่า เจ็บข้อเท้า เพราะการกระโดด rebound เป็นการกระโดดแบบ low impact

- ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน

- ผู้ที่ต้องการควบคุม หรือ ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน

- ผู้ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังการผ่าตัด

- คุณแม่ที่ต้องการลดน้ำหนักกระชับสัดส่วนหลังคลอดบุตร เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบ low impact ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย

- ผู้สูงวัย ที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและกระดูกที่แข็งแรง

- ผู้มีปัญหากระดูกสันหลัง หรือ เป็นโรคหมอนรองกระดูกอักเสบ เพราะการกระโดด rebound ช่วยให้กระดูกสันหลังและเนื้อเยื่อแข็งแรง

- ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกายและเป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียด เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนัก สนุก และไม่น่าเบื่อ

- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเซลลูไลท์ ต้นขาใหญ่

 

ประโยชน์ที่ได้รับจาก คลาส B Bounce

1. Rebound Exercise คือ ช่วยทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ลดความอ้วน และ แข็งแรงขึ้น นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยัง ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกายมากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ ถึง 60%

2. Low impact คือ เป็นรองเท้าที่ช่วยลดแรงกระแทก และรองรับแรงกระแทกได้กว่า 80% จึงช่วยปกป้องการเกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อ ข้อเท้า และหัวเข่าจากแรงกระแทก

3. Burn more calories ช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ดีกว่าการวิ่ง หรือ การออกกำลังกายแบบปกติ ถึง 20% ช่วยในการลดน้ำหนักได้

4. ช่วยกระชับสัดส่วน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เน้นสร้างกล้ามเนื้อส่วนหน้าท้อง ต้นขา และสะโพก

5. กระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำเหลืองและกระตุ้นการทำงานของต่อมไร้ท่อ

6. เพิ่มมวลกระดูก เน้นสร้างกล้ามเนื้อหลัง กระดูกสันหลังให้แข็งแรง

7. เพิ่มความสูง ทำให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormones) ได้ดี

8. ช่วยฝึกการประสานงานของสมองและร่างกายให้ดีขึ้น ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น

9. เพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดได้มากกว่าปกติ 18% และทำให้ระบบหัวใจทำงานดีขึ้น

10. ลดความตึงเครียด อาการซึมเศร้าได้ดี เพราะเป็นการออกกำลังกายแบบต้านแรงโน้มถ่วง จะช่วยให้มีการปรับฮอร์โมนและอารมณ์ในร่างกายช่วยให้เกิดภาวะสมดุลและช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไร้ท่อ บวกกับมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไม่น่าเบื่อ ทำให้ออกกำลังกายได้หลากหลาย

 

ด้วยความห่วงใยจาก eclipse studio bkk

ขอขอบคุณข้อมูลจาก meannon

Created : 22-06-2019


บทความที่น่าสนใจ

เล่นโยคะหลังตั้งครรภ์
“โยคะ” สิ่งดีๆที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย